#ประวัติความเป็นมาของเว็บในยุคต่างๆ และ เรื่องราวของการรีวิวในปี2018

//#ประวัติความเป็นมาของเว็บในยุคต่างๆ และ เรื่องราวของการรีวิวในปี2018

เว็บไซด์ ในยุคเริ่มต้น

เป็นเพียง กระดาษที่ว่างเปล่า ในปี 1990 ก่อนที่คอมพิวเตอร์
จะเริ่มมีความเร็วที่ 56 k พวกเรา ใช้โปรแกรมที่มีราคาแพง
ในการเขียนเว็บ และ ไม่อาจดาวน์โหลดได้รวดเร็วเหมือนในปัจจุบัน
รวมถึง ไม่มีบล็อก ไม่มีเฟส ไม่มีทูป ไม่มี เน็ต 200MB

หลังจากในปี 1995 กระดาษเปล่าแผ่นนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของสรรพสิ่งต่างๆ
เว็บขนาดใหญ่(มีกระดาษเป็นปึกๆ) ก็ได้ทำตัวเหมือนเว็บท่า คือเป็นท่าเทียบเรือ
และ ทำลิ้งค์กันไปมาระหว่าง หน้าเพจหนึ่ง ไปหาอีกเจหนึ่ง โดยการแลกลิ้งค์
นั่นก็คือ เว็บท่าที่เราคุ้นเคยเช่น SANOOK คือเว็บท่าขนาดใหญ่

หลังจากปี2000 เว็บต่างๆ เริ่มเข้าสู่อีคอมเมิซเต็มตัว และ เว็บท่าไม่อาจตอบสนอง
ธุรกิจออนไลน์ได้อีกต่อไป เพราะgoogle ในขณะนั้น ยังเป็นภาษาเดียว ค้นหาภาษาไทยไม่ค่อยเจอ
นี่คือจุดเปลี่ยน เพราะgoogle รู้ว่า ภาษา และ วัฒนธรรม คือ อุปสรรค ในการค้นหาข้อมูล
2002มือถือแอนดรอยส์ เป็นเพียงจินตนาการ และ ไม่สำคัญเท่า ซิมเบี้ยน ที่แต่งเพลงริงโทนได้ด้วยนะ


ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ ที่เราเดินถือ smart phone เชื่อมต่อเน็ตที่ 200mb เราผ่านการสะสมข้อมูล จากกระดาษเปล่า มาสู่ กระดาษเป็นปึกๆ
และ มาสู่คลังแห่งความรู้ google ที่สามารถเรียนรู้ภาษาได้ทุกภาษาของมนุษย์ แอพพลิเคชั่น ที่เกิดในราวๆปี 2008-2010 เป็นจุดเปลี่ยน
ของกระดาษปึกๆน้้นเป็น icon ซึ่งแอพทำหน้าที่เพียง ฮับสวิทชิ่งเท่านั้น ข้อมูลทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่แอพ ไม่ได้อยู่ในมือถือ แต่อยู่ในเซิฟเวอร์
และ แอพทำหน้าที่เหมือนฮับเท่านั้น ส่วนที่เราดาวน์โหลดมานั้นเราดาวน์โหลดมาเพียง icon เท่านั้น(ซึ่งมีข้อมูลน้อยมาก)ไอคอนเหล่านั้น
เชื่อมโยงระหว่าง USER กับ SERVER โดยมีแอดมินเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเข้าออก

จากกระดาษเปล่า สู่ กระดาษปึ๊ง ไปยังท่าเรือต่างๆ และ ฮับสวิทชิ่ง เข้าสู่ มัลติมีเดีย และ โซเชี่ยลมิเดียในที่สุด
โลกของเว็บมันมาถึงปี 2018 พร้อมกับเทคโนโลยี ไลฟ์สด ซึ่งกระดาษเป็นปึ้งนั้นเทียบไม่ได้กับ ข้อมูลในรูปแบบ
broadcast นั่นคือ youtuber ให้ข้อมูลที่มากมายกว่า กระดาษเหล่านั้นมากมาย แต่เป็นสาระเรื่องราวต่างๆ
ไม่ใช่ เป็นแบบอีคอมเมิซ เว็บท่าอีคอมเมิซในปัจจุบัน ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อ หาลูกค้าให้กับสมาชิกของตน
และ ปัจจุบัน 2018 ใช้ AI เข้ามาในการทำตลาด (AI เปิดอะไรสินค้าตัวล่าสุดก็เด้งเข้ามือถือ)มายั่วยวนนักช็อปให้ซื้อสินค้าที่ดูไว้ล่าสุด
AI รู้พฤติกรรมของมนุษย์ มากกว่าตัวของเขาเองเสียอีก


AI ไม่จำเป็นต้องมีตัวตนบนโลกจริง AI จับต้องได้บนโลกของจินตนาการ และ มีอยู่จริงในโลกเสมือน
เราไม่อาจหลีกหนี สิ่งนี้ได้อีกต่อไปในปี 2018 เราต้องใช้ชีวิตและอยู่กับมันให้ได้ ในการขายก็เช่นกัน
ทุกวันนี้ เรามองว่า เศรษกิจไม่ดี แต่ความจริงไม่ใช่ ในลูกแตงโม1ลูก มันจะมีครึ่งหนึ่งที่ขายดีมาก
อีกครึ่งหนึ่งขายไม่ได้เลยเสมอ  เพราะส่วนครึ่งแรกที่บอกว่าขายดีนั้น เป็น AIทั้งหมด อีกครึ่งคือออฟไลน์


offline สภานที่ บุคลในยุคก่อนที่จะสะสมข้อมูล หรือ lost data ในช่วง 80S 90S กลับมามีบทบาทในปี 2018 ไม่ว่า
จะเป็น เรื่องราว เรื่องเล่าเสือมเหศวร เรื่องเล่าตี๋ใหญ่ ภาพ เสียงของหัวรถจักรไอน้ำ กลับกลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่
ต้องการศึกษา ต้องการรู้ ต้องการได้ยินเสียงของ เสือดำ เสียงของการละเล่นรอบกองไฟบนเกาะที่น่าท่องเที่ยว
หรืออะไรก็ตาม ที่หายไปในยุคนั้น ให้กลับมาสู่ server ของgoogle จึงเร่งที่จะให้รางวัล กับผู้ที่นำสิ่งนั้นกลับมาได้
เราเรียกพวกเขาว่า youtuber ซึ่งเป็น ver ล่าสุดของ webmaster

robot รู้ความต้องการของคุณ และ ช่วยเหลือคุณในทุกๆเรื่อง แม้แต่คุณกำลังจะไปเส้นทางใด ควรเอาร่มติดไปด้วยหรือไม่
แต่นั่นหมายถึง คุณต้องจ่ายอะไรบางอย่างออกไปเพื่อซื้อความสะดวกสบายนั้น และ robot
ตอบสนองความต้องการสินค้าของทุกคน แต่ ในระยะเริ่มต้นปี 2018นั้น robot ยังต้องพึ่งพามนุษย์ ในการให้บริการ
และ ในอนาคตมนุษย์ก็คงถูกแย่งงานไป จากหุ่นยนต์ระบบ โลจิสติกต่างๆ ระบบการค้าต่างๆ

บิลเกตุ บิดาแห่งเทคโนโลยีสมัยใหม่ กล่าวไว้ว่า อีก5ปีข้างหน้า ธุรกิจที่ไม่ทำอีคอมเมิซจะล่มสลาย
เขากล่าวไว้เมื่อ2-3ปีก่อน ในปีนี้ 2018 ภาพเด่นชัดที่สุดคือ สะพานเหล็กไม่มี โบ๊เบ๊หายไป ตลาดค้าส่ง
ล้มหายตายจากไป บ้านหม้อ สะพานเหล็ก สถานที่เหล่านั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำของแอดมินประมงเสมอ
ไม่ว่าจะเป็น บรรยากาศ ในการเดินหาชุดคิท(วงจรควบคุมทางกายภาพ) กลับกลายมาเป็น แอพพลิเคชั่น (วงจรควบคุมเสมือนจริง)
ซึ่งใครไปใช้ชุดคิทนี่ เชยบรมโลก เพราะแอพพลิเคชั่น ตอบสนองวงจรต่างๆทางไฟฟ้า และ เชื่อมต่อเป็นเครื่อข่ายสังคม
อย่างนี้เป็นไปได้ทางเดียวเท่านั้น ที่ร้านค้าทั่วไปหรือ แผงขายสินค้า ร้านตัดผม เสริมสวย หรือ ร้านอะไรก็ตาม ควรมีเพจ(ที่ไม่ใช่กระดาษเปล่า)
แต่ถ้าทุกคนมีเพจกันหมด เพจก็จะล้นโลก (โลกเสมือน)แอดมินก็จะเดินชนกันตามตลาดร้านรวง


อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณมีเว็บแล้ว คุณไม่ไปร่วมกับเค้าก็ได้ คุณทำเอง ก็ได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณจะติดคำค้น ในธุรกิจของคุณ เพราะ2018SEO
ไม่อาจสู้กับ AI ได้อีกแล้ว AI สามารถสร้างหน้าเพจขึ้นมาเป็นล้านๆหน้าใน1วัน
แต่ข้อมูลเหล่านั้น กลับพบว่า มันไม่โดนใจของผู้ค้นหาในเครื่องมือค้นหา
เครื่องมือค้นหาเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ GOOGLE จึงร่วมกับ ผู้พัฒนาระบบ
ทั่วโลก เพื่อช่วยเร่งสร้างเพจที่มีเนื้อหาใหม่ๆ ในปี 2018
มันต้องมาจาก ฝีมือของมนุษย์เท่านั้น ในอนาคตจึงมีความสำคัญในการสืบค้นข้อมูล


AI เกิดขึ้นจากความคิด ที่เป็นสุดยอดของขบวนการความคิดต่างๆ ที่กลั่นกรองมาจาก
การเบรนสตรอม และ ผ่านกาลเวลามาระยะหนึ่ง เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ ในปัญญาประดิษฐ์
เช่นเดียวกับ ชุดคิทเหล่านั้น มารวมกันจนเกิด ระบบตรวจจับควัน ระบบกล้องวงจรปิด ระบบนิวเมติก ระบบแมคคานิค
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกควบคุมได้ด้วย ปัญญาประดิษฐ์ และ ความคิดเกิดจากอินเดีย และ อเมริกาและ จีนเป็นผู้ตอบสนองทางกายภาพ(DEVICE)
เหล่าCEO ทุกคนล้วนแล้วแต่เคยใช้ชีวิตในอินเดียมาแล้วทั้งสิ้น  สรุปคือ AI เกิดมาจากสมองของมนุษย์นั่นเอง


จริงๆแล้ว แอดมินประมงไม่ได้เป็นแอดมินอะไรหรอก เป็นเพียงเครื่องมือ เครื่องมือหนึ่ง ในการ รีพลีทเตอร์ สิ่งของ เครื่องมือ สินค้า ที่รีวิวตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา ให้เกิดขึ้นจริงในโลกจริง และ นำสิ่งเหล่านั้น เปลี่ยนจากโลกเสมือนมาเป็น เครื่องมือ SME ที่จับต้องได้จริง ในราคาที่ต่ำกว่าโรงงาน เนื่องจาก อินเตอร์เน็ต รวดเร็วขึ้น ข้อมูลข่าวสารรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ คนรุ่นเก่า(ที่เป็นเหลาปั่น)ในอดีต กลายเป็นระดับผู้บริหารไปกันหมด คนรุ่นใหม่ไม่อาจเข้าถึงผู้บริหารเหล่านั้น ในยุค 90Sและต้นศตวรรษที่21 โลกเปลี่ยนแปลง GEN จาก GENX สู่ GENY แอดมินประมงก็ยังคงเป็นเว็บมาสเตอร์ที่แสนจะธรรมดาเหมือนเดิม แต่มีคอนเน็คชั่น และ ประสปการณ์มากมาย
ในการที่จะเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้น จากโลกออนไลน์ให้เป็นเครื่องมือSMEจริงๆ และได้ราคาในแบบที่ AI และ GOOGLE ไม่สามารถหาพบได้ เพราะมันอยู่นอกเหนือการค้นหาข้อมูลทั้งหลายจากระบบคำค้นทั้งหมด ข้อมูลบางอย่าง สินค้าบางตัว ก็ถูกจำกัดกันไว้ที่ จำนวนขั้นต่ำ และ เข้าสู่ red zone กันแทบทุกอย่างแล้ว

เหนือกว่า AI ก็คือ ประสปการณ์  เพราะประสปการณ์คือความรู้เพียงแหล่งเดียว AI ไม่สามารถเข้าไปเอาข้อมูลจากประสปการณ์ของผู้หนึ่งผู้ใดได้
ข้อมูลที่ปรากฎและ สะสมมาจากปี 1990-ปัจจุบัน ไม่เพียงพอต่อการสืบค้น ถ้าปราศจากประสปการณ์ ข้อมูลบางอย่าง สินค้าบางชนิด คุณจะไม่พบกรือ อาจจะบอกว่า ไม่มีเลยก็ได้ แต่สำหรับ แอดมินบางกลุ่ม แอดมินบางคน (ไม่ได้มีคนเดียว) และ ต้องเชี่ยวชาญเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างแท้จริง จึงจะมีข้อมูลลับที่ไม่สามารถค้นหาได้
ทั่วๆไปในอินเตอร์เน็ต

สินค้าในปัจจุบัน มีข้อมูลให้ค้นหา ได้แม้เพียงปลายนิ้ว แม้แต่ปลากระพงราคาวันนี้ ราคาของสินค้าทุกตัว ในปี 2018 สามารถค้นหาได้ แยกประเภท เพียงเสี้ยวนาที
จนถึงกับว่า สินค้าทุกชนิดนั้นใส่ราคา0บาท หรือ xxxบาท ทำให้รัฐบาลต้องออกกฎหมาย ไม่ติดราคาในโลกเสมือนเท่ากับ ไม่ติดราคาสินค้าในโลกจริงด้วย
แต่นั่นก็ต้องดูว่า เงื่อนไขที่ระบุไว้เป็นอย่างไร ค่าจัดส่งเท่าไร จำกัดการสั่งซื้อหรือไม่ ฟรีค่าส่งหรือเปล่า เราเรียกสิ่งนั้นว่า marketplace ซึ่งมีการรีวิวจากผู้ซื้อจริง ผู้ขายก็สามารถรีวิวผู้ซื้อจริงได้ marketplace มีทั้งแบบฟรี เช่นเฟสบุ๊ค และ แบบเสียตังเช่น11street และ อื่นๆอีกมากมาย  และ ของชื่อเหมือนกัน แต่ รูปลักษ์รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปได้ ขึ้นอยู่กับแอดมินของร้านค้าในmarketplace นั้นๆเป็นคนกำหนด

marketplace ถือเป็นเพียงเครื่องมือ (TOOLS) ชนิดหนึ่งเท่านั้น และ สามารถผลักดันคำค้นของสิ่งนั้นๆ และ เชื่อมโยงให้ผู้ซื้อพบผู้ขายได้โดยตรง
ด้วยคำค้นในแบบต่างๆ และ แอดมินประมง ก็เป็นtools ชนิดหนึ่ง ในการ ค้นหาสินค้าเพื่อนำไปขายต่อมีกำไร และ ผู้พัฒนาแฟรนไชส์ เครื่องมือค้าขาย
เครื่องมือ SME รวมถึง บริการจดโดเมนทั้งไทยและอังกฤษในราคา 199 บาท (พร้อมใช้งานไม่ต้องจ่ายค่า server) และ ทดลองใช้ระบบคำค้นSMEฟรี 1เดือน
ถ้าสามารถเชื่อมโยงลูกค้าไปยังผู้ร่วมค้าหรือผู้ลงโฆษณาได้แล้ว ก็ขยับขยายการให้บริการไปในส่วนที่มากขึ้นไป
webmaster คือ ผู้ฝึกหัดในการสื่อสารผ่านช่องทางเว็บไซด์  การให้บริการรีวิวของแอดมินประมงนั้น เริ่มในปี 1998-ปัจจุบัน ….

//////แอดมินประมง


แนวคิดเรื่องเครื่องจักรที่คิดได้และสิ่งมีชีวิตเทียมนั้นมีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ เช่นหุ่นยนต์ทาลอสแห่งครีต อันเป็นหุ่นยนต์ทองแดงของเทพฮิฟีสตัส แหล่งอารยธรรมใหญ่ ๆ ของโลกมักจะเชื่อเรื่องหุ่นยนต์ที่มีความคล้ายกับมนุษย์ เช่น ในอียิปต์และกรีซ ต่อมา ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 และ 20 สิ่งมีชีวิตเทียมเริ่มปรากฏอย่างแพร่หลายในนิยายวิทยาศาสตร์ เช่น แฟรงเกนสไตน์ของแมรี เชลลีย์ หรือ R.U.R.ของกาเรล ชาเปก แนวคิดเหล่านี้ผ่านการอภิปรายมาอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในแง่ของความหวัง ความกลัว หรือความกังวลด้านศีลธรรมเนื่องจากการมีอยู่ของปัญญาประดิษฐ์

กลไกหรือการให้เหตุผลอย่างมีแบบแผน ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยนักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ การศึกษาด้านตรรกศาสตร์นำไปสู่การคิดค้นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ดิจิตอลที่โปรแกรมได้โดยอาศัยหลักการทางคณิตศาสตร์ของแอลัน ทัวริงและคนอื่นๆ ทฤษฎีการคำนวณของทัวริงชี้ว่า เครื่องจักรที่รู้จักการสลับตัวเลขระหว่าง 0 กับ 1 สามารถเข้าใจนิรนัยทางคณิตศาสตร์ได้ หลังจากนั้น การค้นพบทางด้านประสาทวิทยา ทฤษฎีสารสนเทศ และไซเบอร์เนติกส์ รวมทั้งทฤษฎีการคำนวณของทัวริง ได้ทำให้นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเริ่มสนใจพิจารณาความเป็นไปได้ของการสร้าง สมองอิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นมาอย่างจริงจัง

สาขาปัญญาประดิษฐ์นั้นเริ่มก่อตั้งขึ้นในที่ประชุมวิชาการที่วิทยาลัยดาร์ตมัธ สหรัฐอเมริกาในช่วงหน้าร้อน ค.ศ. 1956[2] โดยผู้ร่วมในการประชุมครั้งนั้น ได้แก่ จอห์น แม็กคาร์ธีย์ มาร์วิน มินสกี อัลเลน นิวเวลล์ อาเธอร์ ซามูเอล และเฮอร์เบิร์ต ไซมอน ที่ได้กลายมาเป็นผู้นำทางสาขาปัญญาประดิษฐ์ในอีกหลายสิบปีต่อมา นักวิทยาศาสตร์และนักศึกษาของพวกเขาเหล่านี้เขียนโปรแกรมที่หลายคนทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาชนะคนเล่นหมากรุก แก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคำด้วยพีชคณิต พิสูจน์ทฤษฎีทางตรรกวิทยา หรือแม้กระทั่งพูดภาษาอังกฤษได้ ผู้ก่อตั้งสาขาปัญญาประดิษฐ์กลุ่มนี้เชื่อมั่นในอนาคตของเทคโนโลยีใหม่นี้มาก โดยเฮอร์เบิร์ต ไซมอนคาดว่าจะมีเครื่องจักรที่สามารถทำงานทุกอย่างได้เหมือนมนุษย์ภายใน 20 ปีข้างหน้า และมาร์วิน มินสกีก็เห็นพ้องโดยการเขียนว่า “เพียงชั่วอายุคน ปัญหาของการสร้างความฉลาดเทียมจะถูกแก้ไขอย่างยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้กลับไม่ได้พิจารณาถึงความยากของปัญหาที่จะพบมากนัก ในปี ค.ศ. 1974 เซอร์ เจมส์ ไลท์ฮิลล์ ได้เขียนวิพากษ์วิจารณ์สาขาปัญญาประดิษฐ์ ประกอบกับมีแรงกดดันจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯให้ไปให้เงินสนับสนุนโครงการมีผลผลิตออกมาเป็นรูปธรรมมากกว่า ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรจึงได้ตัดงิบประมาณการวิจัยที่ไร้ทิศทางของสาขาปัญญาประดิษฐไป จนเป็นยุคที่เรียกว่า หน้าหนาวของปัญญาประดิษฐ์ (AI winter) กินเวลาหลายปี ซึ่งโครงการด้านปัญญาประดิษฐ์แต่ละโครงการนั้นหาเงินทุนสนับสนุนยากมาก

ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 งานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก ด้วยระบบที่ชื่อว่า ระบบผู้เชี่ยวชาญ อันเป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการหาคำตอบ อธิบายความไม่ชัดเจน ซึ่งปกตินั้นจะใช้ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาตอบคำถามนั้น ในปี ค.ศ. 1985 ตลาดของปัญญาประดิษฐ์ทะยานขึ้นไปแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะเดียวกัน โครงการคอมพิวเตอร์รุ่นที่ 5 ของญี่ปุ่นก็ได้จุดประกายให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรหันมาให้เงินทุนสนับสนุนงานวิจัยในสาขาปัญญาประดิษฐ์อีกครั้ง

ในทศวรรษ 1990 และช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ปัญญาประดิษฐ์ประสบความสำเร็จอย่างสูงแม้ว่าจะมีหลายอย่างที่อยู่เบื้องหลัง มีการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในด้านการขนส่ง การทำเหมืองข้อมูล การวินิจฉัยทางการแพทย์ และในอีกหลายสาขาหลายอุตสาหกรรม ความสำเร็จของปัญญาประดิษฐ์นั้นได้รับการผลักดันมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเรื่องของความเร็วของคอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลที่เร็วขึ้น (ตามกฎของมัวร์) การให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาย่อยบางปัญหา การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างปัญญาประดิษฐ์กับสาขาอื่นๆที่ทำงานอยู่กับปัญญาที่คล้าย ๆ กัน ตลอดจนความมุ่งมั่นของนักวิจัยที่ใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่มีหลักการ

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 เครื่องดีปบลูของบริษัทไอบีเอ็ม กลายมาเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่สามารถเล่นหมากรุกเอาชนะ แกรี คาสปารอฟ แชมป์โลกในขณะนั้นได้ และในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 เครื่องวัตสันของบริษัทไอบีเอ็มก็สามารถเอาชนะแชมป์รายการตอบคำถามจีโอพาร์ดีได้แบบขาดลอย นอกจากนี้ เครื่องเล่นเกมอย่าง Kinect ก็ใช้เทคโนโลยีของปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในการสร้างส่วนติดต่อกับผู้ใช้ผ่านทางการเคลื่อนไหวร่างกายใน 3 มิติเช่นกัน

CR.wiki

By | 2018-04-04T03:20:32+00:00 เมษายน 4th, 2018|ข่าวสารจากแอดมินประมง|
error: Content is protected !!