ภาพจาก http://oattapron-rmutl.blogspot.com/

ระบบเครื่องทำความเย็น
(รู้เท่าที่เรียนมา)
จากหลักการ การถ่ายเทความร้อน ได้ถูกนำมาใช้ขึ้นครั้งแรก ในสมัยของอียิปต์โบราณ ในยุคของฟาร์โรห์ ได้เรียนรู้หลักการถ่ายเทความร้อน จากหินโดยการใช้แรงงานทาส ชาวอิสราเอล  ขนหินขนาดก้อนละ  ตัน ที่นำออกไป ตากน้ำค้างกลางทะเลทรายในตอนกลางคืน เนื่องจากอุณหภูมิในทะเลทรายตอนกลางวันกับตอนกลางคืนแตกต่างกันมาก

กษัตริย์ฟาร์โรห์ ได้บังคับทาสขนก้อนหินขนาด1ตันจำนวนมาก นำไปตากน้ำค้างตอนกลางคืน และ เคลื่อนย้านก้อนหินที่มีอุณหภูมิต่ำ นำไปไว้ในปิรามิด และ ก้อนหินจำนวนมากนั้น ได้ดูดซึมเอา ความร้อนที่อยู่ในอากาศ ไปเก็บไว้ในก้อนหินขนาด1ตันนั้น ทำให้ บริเวณทั้งหมดในปิรามิด มีความเย็นพอๆกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตลอดเวลา

หลักการที่ว่านี้ ถูกเรียกและวัดค่าได้ 24000 BTU/HR เรียกว่า น้ำแข็งขนาด1ตัน ละลายหมดในเวลา1 ชม

ที่มาของภาพ http://huanjung.diaryclub.com

เราเรียกหลักการถ่ายเทความร้อนนี้ว่า heat conduction คือ ตัวกลางในการนำพาความร้อนออกไปถ่ายเทสู่ด้านนอก  ยกตัวอย่างเช่น แอลกอฮอล์ ที่นำมาทาแขนของเรา ในตัวแอลกอฮอล์นั้น ไม่ได้มีคุณสมบัติเย็นแต่อย่างใด ที่เรารู้สึกว่าเย็นได้นั้นเกิดจาก แอลกอฮอล์ ดึงเอาความร้อนที่แขนของเรา ออกไปแบบทันทีทันใด
เราจึงรู้สึกว่าแอลกอฮอล์เย็น แต่ความเป็นจริง แอลกอฮอล์ เพียงทำหน้าที่ดึงเอาความร้อนออกจากแขนเราเท่านั้น
เราจึงรู้สึกว่า แอลกอฮอล์นั้นเย็น เช่นเดียวกับ น้ำยาที่อยู่ในระบบเครื่องเย็นนั่นเอง


ภาพจากhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nongpladao&month=14-07-2010&group=8&gblog=6

ในตัวของชุดทำความเย็น จะเย็นไม่ได้หากไม่มี3สิ่งคือ ฝั่งลมเย็น ฝั่งลมร้อน และ heat conduction (น้ำยาควบแน่น)
โดยมี คอมเพรสเซอร์ ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะของน้ำยา  เราจะใช้ขนาดเท่าใดก็ได้ ขอเพียงให้มีความbalance กับ ปริมาณ การคลายความร้อน และ ปล่อยความเย็นในอีกฝั่งหนึ่ง

ภาพด้านบน เราเห็นจนชินชาแล้ว ว่า ในระบบเครื่องเย็นนั้น จะมี2ฝั่งเท่านั้น คือ ฝั่งเย็น และ ฝั่งร้อน คุณสมบัติของน้ำยานั้น ในท่อ captube (ท่อทองแดง) เมื่ออยู่ในสภาพของเหลว จะมีความดันสูง และ จะกลายเป็นไอทันทีเมื่อผ่านเอกแพนชันวาล์ว(ควบคุมปริมาณของเหลว) และ ระเหยกลายเป็นไอทันทีที่อิแวโพเรตอร์(แผงคลอยล์เย็น) ลักษณะเดียวกับแอลกอฮอล์ที่นำมาทาแขนแล้วเรารู่้สึกเย็น น้ำยาเหลวความดันสูง กลายเป็นแก๊สความดันต่ำ และนำพาความร้อนออกไปสู่ระบบระบายความร้อน(แผงคลอยล์ร้อน)

ภาพจาก http://www.ebay.com/itm/PANASONIC-3-4-TON-A-C-Scroll-Compressor-39K-BTU-R-22-208-230-V-1-Phase-NEW-/251059408613

คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่ เปลี่ยนก๊าสแรงดันต่ำ ส่งผ่านต่อไปยัง แผงคอนเดนเซอร์ (แผงระบายความร้อน) สถาณะของแก๊สความดันสูงกว่าสารตัวกลาง กลั่นตัวกลับไปเป็นของเหลว อีกครั้ง ด้วยวิธีการ ระบายความร้อนออกไปทิ้ง หลักการเดียวกับ การนำหินขนาด1ตัน ไปแช่น้ำค้างกลางทะเลทรายอีกครั้ง และ วนลูปเช่นนั้นไปเรื่อยๆ

ดังนั้น เครื่องทำไอศครีม ก็ใช้หลักการเดียวกันนั่นเอง ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย เพียงแต่เครื่องทำไอศครีมนั้น จะต้องมีท่อขนาดจำกัด เพื่อปั่นและ เร่งให้ความร้อนที่อยู่ในน้ำครีม ถูกนำออกไปทิ้งที่แผงระบายความร้อนนั่นเอง เราจึงใช้ช่างที่มีความรู้ในระบบเครื่องปรับอากาศ นำมาแก้ไขระบบของเครื่องทำไอศครีมได้นั่นเอง

ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=aFP_ctUxKD4

โดยอุณหภูมิ ที่เหมาะสมในการทำไอศครีม รอบกระบอกแกนปั่นนั้น เริ่มต้นที่ -6 องศา ไปจนถึง -30 องศา ขึ้นอยู่กับ สารคงตัว(อีมัลซิไฟเออร์) และ ค่าบริกซ์(ค่าหักเหของแสง ที่นำมาใช้วัดค่าความหวาน) ถ้าหวานมาก ก็จะใช้เวลานานขึ้นในการปั่นนั่นเอง และ หน่วยของเครื่องทำไอศครีมนั้น วัดจาก จำนวนลิตร/hr เช่น เครื่องตัวหนึ่ง มีกำลังการผลิตสูงกว่าอีกตัวหนึ่ง โดยดูจาก จำนวน ลิตร/ชั่วโมง นั่นเอง

และ ในปี 2004 เรานำเสนอเครื่องทำไอศครีม ที่ช็อกวงการไอศครีมไปแล้วครั้งหนึ่ง จากความลับในเรื่องของ ต้นทุนการลงทุน ต้นทุนการประกอบ ที่เรานำเข้าเป้นชิ้นส่วน และ นำมาประกอบ แบบjob คือ ใช้เวลาประกอบ 7 วัน และ ตีลัง แพ็คบรรจุให้ลูกค้านำไปใช้โดยเสียบปลั๊กใช้งานได้เลย

ในระบบของเครื่องเย็นทุกชนิด มีฟิลเตอร์กรองสิ่งสกปรกในระบบทางเดินน้ำยา  ดังนั้น เครื่องที่ประกอบทิ้งไว้ และตั้งที่โรงงาน และ นำมาตั้งที่ร้านค้าอีก โดยไม่มีการเดินระบบน้ำยาเลย จะเกิดตะกอน ที่ปฎิกิริยากับ ท่อทองแดง เรียกว่า ตระครัน  ตระครันเหล่านี้จะไม่ตันในทันที แต่จะใช้เวลาประมาณ3-7วัน จะขวางทางเดินของน้ำยาในระบบ(ที่ไม่ได้เสียบปลั๊กเดินไฟเลย) ก็จะไปตันที่หน้างาน ซึ่งทางเราทราบดีถึงปัญหาของเครื่องทำไอศครีม ทางเราจึงประกอบใหม่ทั้งหมด ไม่มีการนำมาตั้งไว้เหมือนในปี 2004   เพราะ การประกอบใหม่นั้น ส่งผลดีต่อตัวผู้ลงทุนเอง รวมถึง ราคาเครื่องที่ต้นทุนต่ำกว่า สำหรับธุรกิจที่น่าลงทุน อย่างธุรกุจไอศครีมกด หรือ ไอศครีมซอฟเสริฟนั้น
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระยะเวลาคืนทุนที่รวดเร็วกว่า ทำให้ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วกว่า

จากราคาก่อนปี 2004 นั้น แต่ละเครื่องมีราคาเกินแสนขึ้นไป อาจจะถึง2-3แสน แต่เรานำเสนอเป็นเจ้าแรก ที่นำเสนออยู่ที่ 45000 บาท ในปี 2004-2010   และ ในปัจจุบัน มีความนิยมมากขึ้น ผลิตมากขึ้น ธุรกิจไอศครีม ที่มีมวลรวม GDP (ข้อมูลจากกสิกรไทย2014) มีGDPรวมถึง 1500 ล้านบาท

หากคุณสามารถแบ่งส่วนแบ่งจากจุด hot spot ทำเลดีๆ ได้แล้ว คาดว่าไม่ยากเกินที่จะลงทุน โดยการลงทุนเฉลี่ย ต่อ1จุด ต่ำกว่า 40000บาท และ คุ้มทุนได้ภายใน 3 -5เดือน/1จุด โดยคิดจาก ราคาไอศครีมซอฟเสริฟ แบบกดขาย เฉลี่ย 10-30บาท (ปริมาณจะมากกว่า KFC ) และ ท็อบปิ้งรสชาติต่างๆหลากชนิด

เพียงคิดแค่100แท่ง/วัน ก็จะสามารถคืนทุนได้ภายใน3เดือน แต่ถ้าทำเลดีกว่านั้น กำไรมากขึ้น ระยะเวลาคืนทุนสั้นลง เพียงเท่านี้ ธุรกิจไอศครีม ก็ยังคงสดใสต่อไปอีก มีบันทึกการเข้ามาว่าของน้ำแข็งในสมัยรัชกาลที่ 4ว่าต้องสังมาจากสิงค์โปร์โดยการนำเข้ามากับเรือกลไฟชื่อ“เจ้าพระยา”ซึ้งเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพกับสิงคโปร์และส่งตรงเข้ามาในวังเท่านั้น พวกในรั้วในวังก็ได้ชิมเพราะได้รับจากการพระราชทานเท่านั้น
(จากบอร์ดโพสต์จัง) ครั้งแรกที่มาถึง ละลายจนหมด และ ได้คิดค้นนำ แกลบ มาหุ้มน้ำแข้งไว้ ทำให้สามารถเก็บได้นานขึ้นนั่นเอง หลังจากนั้นประเทศไทยก็เริ่มรู้จักไอศครีม ในลักษณะต่างๆ เช่นไอติมไม้แดง โปรโมชั่นสุดยอด
ใครพบไม้แดง ได้แถมไปอีก1แท่งฟรีๆ

ไอติมไม้แดง หรือ เด็กๆในปี 1980-1995 ยังจะพอได้พบกับ ไอติมไข่กี้ หรือไอติมตัด ซึ่งปัจจุบัน หากินยากแล้ว ความฝันสีสวย ที่กินได้จริงๆ ของเด็กในยุค80S และ ยังพอหาได้ในยุค90S และปัจจุบัน 2017 ได้รับความนิยมอีกครั้ง

ภาพจาก http://articlescool.org/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/

หลังจากนั้น ในปี 2004 เราได้ค้นพบเครื่องทำไอศครีม ราคาไม่ถึง 5 หมื่นบาท  และ ในปี 2017  เราค้นพบเครื่องทำไอศครีม ราคา 28500บาท เท่านั้น ติดต่อแอน นำเข้า ประกอบไทย 089-9395848  ประกอบใหม่ทุกตัวไม่เก่าเก็บ

ไอศครีมมีการพัฒนาต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง คิดค้นสูตรต่างๆออกมามากมาย รวมถึงสีสันต่างๆของไอศครีมด้วย
จากภาพ http://us.jnto.go.jp/blog/5-unique-soft-serve-flavors-of-japan/

โดยปรกติ ก็ขายกัน แท่งละ10บาท มาตรฐาน ในภาพนี้คงไม่ต่ำกว่า 30 บาท ไอศครีมสีดำกำลังนิยมมากที่ญี่ปุ่น

ภาพจาก https://notesofnomads.com/super-sized-tokudai-ice-cream-nakano-tokyo-japan/

การลงทุนในธุรกิจไอศครีมนั้น ในปัจจุบัน แทบเรียกได้ว่า สำเร็จรูปฉีกซอง ผสมน้ำ ขายได้เลย เพียงแค่มีเครื่องมือ SME ที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำ ใวช้คอมเพรสเซอร์ของญี่ปุ่น ท่อแคปทิ้วของอืตาลี แผงควบคุมของไต้หวัน และ ประกอบโดยช่างไทย ที่ถือว่าเป็นช่างที่เก่งที่สุดในโลก แค่นี้คุณก็ได้เครื่องมือค้าขาย ประกอบอาชีพที่ดีแล้ว เนื่องจากในปี 2017 ค้นหาอะไรก็เจอ แต่ไม่สามารถ ค้นเจอราคาแบบนี้ได้ ต้องเป็นคนที่นำเสนอมันคนแรก จึงจะสามารถนำเครื่องมือเหล่านั้นกลับมาสู่ ผู้ที่สนใจในธุรกิจไอศครีม ที่มีแนวโน้มการตลาดที่ต่อเนื่องได้……….

โทรเลย 092-6792710 แอดมินประมง รีวิว

 

ภาพจาก http://oattapron-rmutl.blogspot.com/

ระบบเครื่องทำความเย็น
(รู้เท่าที่เรียนมา)
จากหลักการ การถ่ายเทความร้อน ได้ถูกนำมาใช้ขึ้นครั้งแรก ในสมัยของอียิปต์โบราณ ในยุคของฟาร์โรห์ ได้เรียนรู้หลักการถ่ายเทความร้อน จากหินโดยการใช้แรงงานทาส ชาวอิสราเอล  ขนหินขนาดก้อนละ  ตัน ที่นำออกไป ตากน้ำค้างกลางทะเลทรายในตอนกลางคืน เนื่องจากอุณหภูมิในทะเลทรายตอนกลางวันกับตอนกลางคืนแตกต่างกันมาก

กษัตริย์ฟาร์โรห์ ได้บังคับทาสขนก้อนหินขนาด1ตันจำนวนมาก นำไปตากน้ำค้างตอนกลางคืน และ เคลื่อนย้านก้อนหินที่มีอุณหภูมิต่ำ นำไปไว้ในปิรามิด และ ก้อนหินจำนวนมากนั้น ได้ดูดซึมเอา ความร้อนที่อยู่ในอากาศ ไปเก็บไว้ในก้อนหินขนาด1ตันนั้น ทำให้ บริเวณทั้งหมดในปิรามิด มีความเย็นพอๆกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตลอดเวลา

หลักการที่ว่านี้ ถูกเรียกและวัดค่าได้ 24000 BTU/HR เรียกว่า น้ำแข็งขนาด1ตัน ละลายหมดในเวลา1 ชม

ที่มาของภาพ http://huanjung.diaryclub.com

เราเรียกหลักการถ่ายเทความร้อนนี้ว่า heat conduction คือ ตัวกลางในการนำพาความร้อนออกไปถ่ายเทสู่ด้านนอก  ยกตัวอย่างเช่น แอลกอฮอล์ ที่นำมาทาแขนของเรา ในตัวแอลกอฮอล์นั้น ไม่ได้มีคุณสมบัติเย็นแต่อย่างใด ที่เรารู้สึกว่าเย็นได้นั้นเกิดจาก แอลกอฮอล์ ดึงเอาความร้อนที่แขนของเรา ออกไปแบบทันทีทันใด
เราจึงรู้สึกว่าแอลกอฮอล์เย็น แต่ความเป็นจริง แอลกอฮอล์ เพียงทำหน้าที่ดึงเอาความร้อนออกจากแขนเราเท่านั้น
เราจึงรู้สึกว่า แอลกอฮอล์นั้นเย็น เช่นเดียวกับ น้ำยาที่อยู่ในระบบเครื่องเย็นนั่นเอง


ภาพจากhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nongpladao&month=14-07-2010&group=8&gblog=6

ในตัวของชุดทำความเย็น จะเย็นไม่ได้หากไม่มี3สิ่งคือ ฝั่งลมเย็น ฝั่งลมร้อน และ heat conduction (น้ำยาควบแน่น)
โดยมี คอมเพรสเซอร์ ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะของน้ำยา  เราจะใช้ขนาดเท่าใดก็ได้ ขอเพียงให้มีความbalance กับ ปริมาณ การคลายความร้อน และ ปล่อยความเย็นในอีกฝั่งหนึ่ง

ภาพด้านบน เราเห็นจนชินชาแล้ว ว่า ในระบบเครื่องเย็นนั้น จะมี2ฝั่งเท่านั้น คือ ฝั่งเย็น และ ฝั่งร้อน คุณสมบัติของน้ำยานั้น ในท่อ captube (ท่อทองแดง) เมื่ออยู่ในสภาพของเหลว จะมีความดันสูง และ จะกลายเป็นไอทันทีเมื่อผ่านเอกแพนชันวาล์ว(ควบคุมปริมาณของเหลว) และ ระเหยกลายเป็นไอทันทีที่อิแวโพเรตอร์(แผงคลอยล์เย็น) ลักษณะเดียวกับแอลกอฮอล์ที่นำมาทาแขนแล้วเรารู่้สึกเย็น น้ำยาเหลวความดันสูง กลายเป็นแก๊สความดันต่ำ และนำพาความร้อนออกไปสู่ระบบระบายความร้อน(แผงคลอยล์ร้อน)

ภาพจาก http://www.ebay.com/itm/PANASONIC-3-4-TON-A-C-Scroll-Compressor-39K-BTU-R-22-208-230-V-1-Phase-NEW-/251059408613

คอมเพรสเซอร์ทำหน้าที่ เปลี่ยนก๊าสแรงดันต่ำ ส่งผ่านต่อไปยัง แผงคอนเดนเซอร์ (แผงระบายความร้อน) สถาณะของแก๊สความดันสูงกว่าสารตัวกลาง กลั่นตัวกลับไปเป็นของเหลว อีกครั้ง ด้วยวิธีการ ระบายความร้อนออกไปทิ้ง หลักการเดียวกับ การนำหินขนาด1ตัน ไปแช่น้ำค้างกลางทะเลทรายอีกครั้ง และ วนลูปเช่นนั้นไปเรื่อยๆ

ดังนั้น เครื่องทำไอศครีม ก็ใช้หลักการเดียวกันนั่นเอง ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย เพียงแต่เครื่องทำไอศครีมนั้น จะต้องมีท่อขนาดจำกัด เพื่อปั่นและ เร่งให้ความร้อนที่อยู่ในน้ำครีม ถูกนำออกไปทิ้งที่แผงระบายความร้อนนั่นเอง เราจึงใช้ช่างที่มีความรู้ในระบบเครื่องปรับอากาศ นำมาแก้ไขระบบของเครื่องทำไอศครีมได้นั่นเอง

ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=aFP_ctUxKD4

โดยอุณหภูมิ ที่เหมาะสมในการทำไอศครีม รอบกระบอกแกนปั่นนั้น เริ่มต้นที่ -6 องศา ไปจนถึง -30 องศา ขึ้นอยู่กับ สารคงตัว(อีมัลซิไฟเออร์) และ ค่าบริกซ์(ค่าหักเหของแสง ที่นำมาใช้วัดค่าความหวาน) ถ้าหวานมาก ก็จะใช้เวลานานขึ้นในการปั่นนั่นเอง และ หน่วยของเครื่องทำไอศครีมนั้น วัดจาก จำนวนลิตร/hr เช่น เครื่องตัวหนึ่ง มีกำลังการผลิตสูงกว่าอีกตัวหนึ่ง โดยดูจาก จำนวน ลิตร/ชั่วโมง นั่นเอง

และ ในปี 2004 เรานำเสนอเครื่องทำไอศครีม ที่ช็อกวงการไอศครีมไปแล้วครั้งหนึ่ง จากความลับในเรื่องของ ต้นทุนการลงทุน ต้นทุนการประกอบ ที่เรานำเข้าเป้นชิ้นส่วน และ นำมาประกอบ แบบjob คือ ใช้เวลาประกอบ 7 วัน และ ตีลัง แพ็คบรรจุให้ลูกค้านำไปใช้โดยเสียบปลั๊กใช้งานได้เลย

ในระบบของเครื่องเย็นทุกชนิด มีฟิลเตอร์กรองสิ่งสกปรกในระบบทางเดินน้ำยา  ดังนั้น เครื่องที่ประกอบทิ้งไว้ และตั้งที่โรงงาน และ นำมาตั้งที่ร้านค้าอีก โดยไม่มีการเดินระบบน้ำยาเลย จะเกิดตะกอน ที่ปฎิกิริยากับ ท่อทองแดง เรียกว่า ตระครัน  ตระครันเหล่านี้จะไม่ตันในทันที แต่จะใช้เวลาประมาณ3-7วัน จะขวางทางเดินของน้ำยาในระบบ(ที่ไม่ได้เสียบปลั๊กเดินไฟเลย) ก็จะไปตันที่หน้างาน ซึ่งทางเราทราบดีถึงปัญหาของเครื่องทำไอศครีม ทางเราจึงประกอบใหม่ทั้งหมด ไม่มีการนำมาตั้งไว้เหมือนในปี 2004   เพราะ การประกอบใหม่นั้น ส่งผลดีต่อตัวผู้ลงทุนเอง รวมถึง ราคาเครื่องที่ต้นทุนต่ำกว่า สำหรับธุรกิจที่น่าลงทุน อย่างธุรกุจไอศครีมกด หรือ ไอศครีมซอฟเสริฟนั้น
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระยะเวลาคืนทุนที่รวดเร็วกว่า ทำให้ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วกว่า

จากราคาก่อนปี 2004 นั้น แต่ละเครื่องมีราคาเกินแสนขึ้นไป อาจจะถึง2-3แสน แต่เรานำเสนอเป็นเจ้าแรก ที่นำเสนออยู่ที่ 45000 บาท ในปี 2004-2010   และ ในปัจจุบัน มีความนิยมมากขึ้น ผลิตมากขึ้น ธุรกิจไอศครีม ที่มีมวลรวม GDP (ข้อมูลจากกสิกรไทย2014) มีGDPรวมถึง 1500 ล้านบาท

หากคุณสามารถแบ่งส่วนแบ่งจากจุด hot spot ทำเลดีๆ ได้แล้ว คาดว่าไม่ยากเกินที่จะลงทุน โดยการลงทุนเฉลี่ย ต่อ1จุด ต่ำกว่า 40000บาท และ คุ้มทุนได้ภายใน 3 -5เดือน/1จุด โดยคิดจาก ราคาไอศครีมซอฟเสริฟ แบบกดขาย เฉลี่ย 10-30บาท (ปริมาณจะมากกว่า KFC ) และ ท็อบปิ้งรสชาติต่างๆหลากชนิด

เพียงคิดแค่100แท่ง/วัน ก็จะสามารถคืนทุนได้ภายใน3เดือน แต่ถ้าทำเลดีกว่านั้น กำไรมากขึ้น ระยะเวลาคืนทุนสั้นลง เพียงเท่านี้ ธุรกิจไอศครีม ก็ยังคงสดใสต่อไปอีก มีบันทึกการเข้ามาว่าของน้ำแข็งในสมัยรัชกาลที่ 4ว่าต้องสังมาจากสิงค์โปร์โดยการนำเข้ามากับเรือกลไฟชื่อ“เจ้าพระยา”ซึ้งเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพกับสิงคโปร์และส่งตรงเข้ามาในวังเท่านั้น พวกในรั้วในวังก็ได้ชิมเพราะได้รับจากการพระราชทานเท่านั้น
(จากบอร์ดโพสต์จัง) ครั้งแรกที่มาถึง ละลายจนหมด และ ได้คิดค้นนำ แกลบ มาหุ้มน้ำแข้งไว้ ทำให้สามารถเก็บได้นานขึ้นนั่นเอง หลังจากนั้นประเทศไทยก็เริ่มรู้จักไอศครีม ในลักษณะต่างๆ เช่นไอติมไม้แดง โปรโมชั่นสุดยอด
ใครพบไม้แดง ได้แถมไปอีก1แท่งฟรีๆ

ภาพจาก http://articlescool.org/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/

หลังจากนั้น ในปี 2004 เราได้ค้นพบเครื่องทำไอศครีม ราคาไม่ถึง 5 หมื่นบาท  และ ในปี 2017  เราค้นพบเครื่องทำไอศครีม ราคา 28500บาท เท่านั้น ติดต่อแอน นำเข้า ประกอบไทย 089-9395848  ประกอบใหม่ทุกตัวไม่เก่าเก็บ

ไอศครีมมีการพัฒนาต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง คิดค้นสูตรต่างๆออกมามากมาย รวมถึงสีสันต่างๆของไอศครีมด้วย
จากภาพ http://us.jnto.go.jp/blog/5-unique-soft-serve-flavors-of-japan/

โดยปรกติ ก็ขายกัน แท่งละ10บาท มาตรฐาน ในภาพนี้คงไม่ต่ำกว่า 30 บาท ไอศครีมสีดำกำลังนิยมมากที่ญี่ปุ่น

ภาพจาก https://notesofnomads.com/super-sized-tokudai-ice-cream-nakano-tokyo-japan/

บทความทั้งหมด โดย แอดมินประมงในปี2000 หรือ googie bigo ในปี 2017

ในปี 2000อินเตอร์เน็ต ยังไม่มีสื่อโซเชี่ยล ไม่มีความเร็วเท่าปัจจุบัน ไม่มีมือถือ ไม่มีประชากรเน็ต45ล้านคนเท่าในปัจจุบัน แต่แอดมินประมง รีวิวนำเสนอจากปี 2000 ที่มีประชากรเน็ตเพียง300000คนเท่านั้น และ ได้รับ visitor ถึง5000000วิว ถ้าเทียบสมัยนี้ ก็ถือว่าเป็นเน็ตไอดอลแหล่ะ แต่ในปี 2000 ไม่มีโซเฃี่ยลใดๆ และ แอดมินประมง เป็นเว้บมาสเตอร์ นักรีวิว 2017 กลับมารีวิวอีกครั้งแบบไม่มีใครมี……เตรียมพบกับ ความรู้ที่ถูกปิดไว้ จะถูกนำมาเปิดเผยในปี 2017นี้ ไม่สามารถพบหาได้จากที่ใดอย่างแน่นอน…… ขอบคุณที่อ่าน ขอบคุณที่ติดตาม  เราจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน การรีวิวและนำเสนอในแบบ โต้ตอบ2ทาง (V.2) ซึ่งแตกต่างจากปี 2000 อย่างแน่นอน……

บทความทั้งหมด โดย แอดมินประมงในปี2000 หรือ googie bigo ในปี 2017

(Visited 26 times, 1 visits today)