การเป็น start up ของคนรุ่นก่อนมีโซเชี่ยลและหลังมีโซเชี่ยลเป็นยังไง?

ตลาดนัดในยุคของตะวันนา

ผมจำได้ว่า ปี2540 เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ และ ในช่วงวิกฤตินั้นมีโอกาสดีๆแฝงอยู่มากมาย
หลายคน นำเสื้อผ้า และ ของใช้ของตนเอง ออกมาเปิดท้ายขายของ ที่พีคสุด เห็นจะเป็นตะวันนา
ผู้คนในยุคนั้น ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้กว้างขวางเหมือนในปัจจุบัน

ปัจจุบันเรามีมือถือ ที่เชื่อมต่อเน็ต 4G แต่เรากลับพบว่า มีเว็บมากมาย สินค้ามากมาย ขายราคาไม่เท่ากัน
และเกิดเว็บ เทียบราคามากมายในปี 2015 เป็นต้นมา แอดมินประมง เห็นว่า ตลาดนัดคือช่องทางเศรษกิจที่สำคัญ
ในการตลาดแบบที่ไม่เกิด red zone ง่ายๆ และ การซื้อขายแตกต่างจาก ซื้อของออนไลน์มาก

และ ที่สำคัญ ตลาดนัดยังมีของกินอีกด้วย เป็นบรรยากาศที่แตกต่างจาก อินเตอร์เน็ตอย่างมาก ในยุคที่มือถือ
สามารถค้นหา ทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่มือถือไม่อาจได้รับประสปการณ์การซื้อที่เป็นแบบออฟไลน์ได้
ดังนั้นในเน็ตเองก็มีราคาที่แตกต่างกันไป แต่การขายในตลาดนัดนั้น อาจจะได้ราคาที่สูงกว่าในเน็ต เพราะว่าได้เห็น
ได้ลอง ได้จับต้อง ได้ต่อรองราคากัน เป็นบรรยากาศที่ไม่สามารถหาได้จากอินเตอร์เน็ต   ถึงแม้ในปัจจุบันจะสามารถต่อรองราคา จาก แพลทฟอร์มได้โดยตรงก็ตาม ผู้คนก็ยังนิยมสินค้าในตลาดนัดอยู่ดี และ สินค้าบางชนิดไม่มีในโลกออนไลน์
เป็นสินค้าเฉพาะ เป็นของที่มีชิ้นเดียวในโลกเป้นต้น

เครื่องมือประกอบอาชีพ ของ start up ในปี 2018

ธุรกิจแฟรนไชส์ เคยบูมมากๆ อยู่ในช่วง 2540-2550 ซึ่งขณะนั้น แฟรนไชส์ มีราคาแพงมาก กว่าจะซื้อแฟรนไชส์ ยาก มีค่าแรกเข้า มีค่ารอยัลตี้ และ ไหนจะต้องจ่ายเปอร์เซนต์ เป็นส่วนแบ่งยอดขายให้กับ แฟรนไชส์ซี่อีกด้วย จึงเกิดกระแสสร้างแบรนด์ สร้างแฟรนไชส์ขึ้นมาเองในยุคนั้น และ หลายเจ้าก็ยังมีแบรนด์ติดตลาดอยู่จนถึงปัจจุบัน
แต่ในยุคนั้น ข้อมูลข่าวสารยังไม่รวดเร็วเช่นในปัจจุบัน การสร้างแฟรนไชส์ขึ้นมาเองไม่ใช่เรื่องง่าย การสร้างธุรกิจ และ แบรนด์สินค้าเป็นเรื่องที่ยาก แต่สมัยนี้ เราสามารถค้นหาได้จาก google และ เราพบว่า ทุกอย่างมีอยู่ในเน็ต
โดยเฉพาะเว็บจากทางจีน เกิดกระแสมากมาย รวยด้วยสินค้าจีนบ้าง ลาออกจากงานประจำกันเถอะ หลายคนก็สำเร็จ หลายคนก็ตกงาน เพราะกระแสไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน

แต่นั่นแหล่ะครับ ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ start upในยุค 2540 นั้น อาจจะหาข้อมูลได้ยากก็จริง แต่นั่นทำให้ ความยากนั้น มีราคาขึ้นมา เช่น การเปิดร้าน น้ำแข็งไสปุยนุ่น น้ำเเข็งปิงซู  (จริงๆไม่ใช่บิงซูนะ เพราะ ภาษาไต้หวัน ปิงคือ น้ำแข็ง)  ก้เกิดแฟรนไชสืมากมาย สูตรนั้นสูตรนี้ เกิด แฟรนไชส์วาฟเฟิ้ลบอล เกิดแฟรนไชส์ ไอติมผัด เกิดแฟรนไชส์นั่นนี่มากมาย นั่นก็เป็นเพราะข้อมูลข่าวสาร ยังไม่สามารถค้นหาได้ง่ายนั่นเอง แต่ในปี2017 ข้อมูลมากมายในอินเตอร์เน็ต

ทำให้เกิดสภาพข้อมูลล้น ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ค้นอะไรก็เจอ เครื่องทำไอศครีมแบบนี้มีมากมาย นับไม่ถ้วน ก็ยังมีธุรกิจเกิดใหม่ทุกวัน แต่ก็มีทั้งคนที่ยังทำได้ระยะยาว และ คนที่เซ้งกิจการต่อ หรือ ไปทำธุรกิจอื่น ก็เพราะว่า จุดคุ้มทุน และ การเป็นstart up ของแต่ละคน มีต้นทุนที่ต่างกัน

ภาพตัวอย่าง เครื่องทำไอศครีม

  การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์
การเปิดร้าน อาหาร ขนม เครื่องดื่ม หากเลือกทำเลที่ดีแล้ว ไม่ว่าขายอะไรก็จะมีคนอุดหนุน และ บอกต่อๆกันไป
ยิ่งสมัยนี้ด้วย มีโซเชี่ยลมิเดีย การแชร์เพียงไม่นานนัก ก็สามารถส่งผลให้เป้นที่รู้จักได้อย่างกว้างขวางทีเดียว

การที่เราจะได้รับผลกำไรแบบstart up นั่นก็เพราะเราได้รับเครื่องมือที่มีต้นทุนต่ำ แต่คุณภาพคุ้มค่าสมเหตุสมผลกับราคา
เพราะถ้าเราลงทุนไปด้วยเครื่องมือที่แพงมากๆ ทั้งที่ไม่เคยจับธุรกิจแบบนี้มาก่อน ก็จะมีกำไรไม่ถึง 2000% ในปีแรก

การเป็น START UP มีความหมายว่าอย่างไร?

การเป็นstart up ข้อแรกเลยคือ คุณทำอะไรก็ได้ SME หรือ เปิดร้านอะไรก็ได้ แล้ว มีผลประกอบการในปีแรก 2000%
นั่นคือคุณ คือ satrt up และข้อต่อไปคือ ในปีถัดๆไป คุณต้องมีกำไรอย่างน้อย 50%ของทุกๆปี นั่นแหล่ะคือ start up
แล้วขายของในตลาดนัดเป็น start up ได้ไหม   คำตอบก้คือได้   เพราะ การเป็นstart up อาจจะหมายถึง การที่คุณรับงานบริการ ทำกราฟฟิค ทำเว็บ ทำ seo ทำงานขายงานในอินเตอร์เน็ต ทำแอพขาย เขียนเว้บขาย ก็เป็น start upเช่นกัน
และ ในปัจจุบัน การ make money ของคนรุ่นใหม่ แบ่งออกเป็น OFFLINE และ ONLINE ชัดเจน

ทีนี้เรามาดูว่า แล้วอะไรล่ะ ระหว่างงานออฟไลน์ หรือ ออนไลน์ อันไหนจะดีกว่ากันนะ?

สำหรับผมแล้ว มันดีทั้ง2อย่างเลยทีเดียว  เพราะว่า ถึงแม้คุณจะขายของแบบ offline คุณก็ยังคงจะใช้เทคโนโลยี แบบ โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เข้ามาควบคู่กันไปด้วยก็ได้ เช่นมีหน้าร้าน แล้ว แสดงที่ตั้ง ให้คนแวะเวียนไปที่ร้าน   แอดมินประมงแบ่งแยกการค้าออกเป็น 4 ยุค คือ

1.ยุคของตลาดสด (ไม่มีอีคอมเมิซ)
ยุคนั้น เป็นการใช้เซลแมนเดินตลาด เพื่อติดต่อกับร้านค้าประจำท้องถิ่น เพื่อนำสินค้าจากโรงงานมาเสนอร้านค้า ในราคาส่ง
และ มีจำนวนขั้นต่ำ ร้านค้านำมาขายปลีกมีกำไร โดยใช้ชื่อเสียงของร้าน ที่สะสมเป็นระยะเวลานาน ยุคนั้น เรียกเถ้าแก่ นา่ยห้าง หรือ เจ้าของร้าน ในช่วงปี 1960-1990

2.ยุคของการขายสินค้าตามแคตตาล็อก(ใช้แฟ็กส์ ไม่มีอีคอมเมิซ)
ยุคนั้น การส่งภาพอาจจะมีการ ส่งแคตตาล็อกมายังตัวแทน เช่น มิสทีน แอมเวย์ หรือ พูดง่ายๆคือ นำเสนอเป็นเล่มๆเลย แล้ว ลูกค้าก็เลือกเอา สินค้าก็ส่งมาทางรถบ้าง ทางไปรษณีย์บ้าง พ่อค้าแม่ค้า เป็น คนทำงานบริษัท หรือ นักเรียน นักศึกษา  ก้สามารถทำธุรกิจในยุคนี้ได้ ในช่วงปี 1980-1995  ก็ยังมีให้เห็นทั่วไป

3.อีคอมเมิซแบบ ซื้อขายผ่านเว็บ  (ใช้อีเมล์ อีคอมเมิซแบบ1.0-3.0)
ยุคของการขายโดย ใช้เว้บไซด์ และ ส่งอีเมล์หาลูกค้าโดยตรง ยุคของเครื่องสแกนเนอร์ และ แฟ็กส์จะเริ่มหายไปในช่วงนี้ ทุกคนใช้อีเมล์ในการทำธุรกิจ และเข้าถึงง่าย ประชากรเน็ตในยุคนั้นในประเทศไทย มีเพียง ไม่ถึง1ล้านคน google เริ่มเก็บสะสมข้อมูลในยุคนั้น และ ค้นหาได้เฉพาะไม่มีการเปรียบเทียบ เป้นข้อมลที่กระจายอยู่ทั่วไป เรียกว่า นำเสนอได้ทั้ง สินค้า บริการ และ เรื่องราวในชีวิตประจำวัน เรียกผู้ที่ นำข้อมูลเหล่านั้น ลงไปในอินเตอร์เน็ตว่า เว็บมาสเตอร์ และ พัฒนาต่อมาเป็น บล็อกเกอร์ และ เฟสบุ๊คเกอร์ ยูทูปเบอร์ และ บรอดแคสเตอร์ (vj) ในปัจจุบัน ช่วงเวลาของการตลาดในยุคนี้คือ 1991-2004

4.ยุคMARKET PLACE หรือยุค 4.0   (อีคอมเมิซระบบAI)
การตลาดในยุคนี้ เป็นแบบ AI ก็คือ เป้นระบบBOT หรือหุ่นยนต์  ที่สามารถ จดจำได้ว่า คุณเคยดูอะไร และ ก่อนหน้าที่คุณดู คุณดูอะไรมาก่อน  หลังจากนั้นก็จะโฆษณาตรงไปยัง มือถือ และ คอมพิวเตอร์ เรียกว่า ระบบAI และ โซเชี่ยลมิเดีย ก็ เปิดฟีเจอร์ LIVE ในกลางเดือน เมษายน 2516 อีกด้วย จึงพบว่า พ่อค้าแม่ค้า ไลฟ์สดขายของกันมากขึ้นในปี 2017 และ แนวโน้มจะมากขึ้นอีกในปี 2018 เป็นต้นไป ช่วงเวลาของ market place นั้น เริ่มในปี 2015เป็นต้นไป

การค้าทั้ง4แบบนั้น เป็นoffline 2 ยุค ออฟไลน์กึ่งออนไลน์ 1ยุค  และเป็น อีคอมเมิซ4.0ออนไลน์ล้วนๆอีก1ยุค
และ ปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่ ยุคการค้าออนไลน์ทุกบ้านเลย แต่ตลาดนัด ก็ยังคงมีเสน่ห์ไม่รู้เลือน จากยุคของ ตะวันนา จตุจักร คลองถม บ้านหม้ โบ๊เบ๊ พาหุรัด สะพานเหล็ก จนมาถึงตลาดนัดยุคใหม่ เลียบด่วน หัวมุม  ก็ยังคงมีสีสันเช่นเดิม หรือ มากขึ้นกว่าเดิม   ยิ่งการค้าออนไลนืมีมาก ก็ยิ่งสับสนว่า แล้วใครล่ะที่พ่อค้าแม่ค้าซื้อไปขายต่อพอจะมีกำไรบ้างละ?

แอดมินประมงก็เลย รวบรวมสินค้า ที่พ่อค้าแม่ค้า ที่ใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร ในปัจจุบัน ค้นหาเปรียบเทียบ และ แม้กระทั่ง หาข้อมูล และ ช่องทางธุรกิจใหม่ๆ ได้เปรียบเทียบ ราคา ซึ่งจริงๆแล้ว มีเว้บที่ทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว เช่น priceza แต่ก็พบว่า  พ่อค้าแม่ค้าในอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่  ก้ยังคงใส่ราคา 0 บาทเช่นกัน   ซึ่งแล้วใครล่ะที่พ่อค้าแม่ค้าจะพึ่งพาข้อมูลได้ ก็ในเมื่อ ราคามีเยอะแยะไปหมด  แถมในปัจจุบัน มิจฉาชีพก็มากมาย  จากโลกจริง ก็เข้ามาสู่ออนไลน์กันครบหมดแล้ว

หน้าที่ของ market place คืออะไร?
market place มีหน้าที่คัดกรอง ผู้ค้า และ ผู้ซื้อจริง ให้มาเจอกัน โดยมีตัวกลาง เป้นเหมือนตลาดนัดนั่นเอง  ในก่ารที่จะให้คะแนนจากผู้ซื้อจริง   (ไม่ใช่หน้าม้า เหมือน อีคอมเมิซ1.0 อีกต่อไป) เพราะทุกอย่าง ใช้การโฆษณาจำนวนมหาศาล ต่อวันในการโฆษณาสินค้าให้กับผู้ร่วมค้า ทำให้ขายสินค้าได้ ด้วยระบบ AI ที่ผมกล่าวถึง เราเรียกการตลาดแบบนี้ว่า
การตลาดแบบล้างสมอง
ซึ่งแตกต่างจาก ตลาดนัด เป็นการค้าโดยมนุษย์ ไม่ใช่ BOT (หุ่นยนต์) และ ยังมีอาหารการกิน และ กิจกรรมต่างๆอีกด้วย (ประสปการณ์ต่างกัน) แต่ระบบ 4.0 มีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจาก มีการให้คะแนนตรงไปยังตัวสินค้าโดยตรง ซึ่งไม่พาดพึงไปยังผู้ซื้อผู้ขาย(นิสัยยังไง บริการอย่างไร) โดยแบ่งออกเป็น ความรวดเร็วในการจัดส่ง คุณภาพของสินค้า และ การบริการผ่าน market place นั้นๆ     แต่ก็ยังคงปลอดภัยกว่าการซื้อขายผ่านช่องทางในอินเตอร์เน็ตทั่วๆไป โดยส่วนใหญ่จะมีค่าธรรมเนียมต่างๆระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอีกด้วย ซึ่งน้อยกว่าค่าเช่าในแผงตลาดนัดเสียอีก
เราเรียกตลาดแบบนี้ว่า flea market  (ตลาดเห็บหมาในต่างประเทศ) หรือ ตลาดนัด

แล้วตลาดนัดจะอยู่อย่างไร?

อยู่ได้แล้วอยู่ดีด้วย หากจัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วน และ มีกิจกรรม เชิญชวน การตลาดแบบAIนี่แหล่ะ ตลาดนัดก็เปรียบเหมือน market place นั่นเอง แต่เป็น market place ในโลกจริง มีอาหาร ขนม เครื่องดื่ม หลากหลายไว้บริการ มีเอกลักษ์เฉพาะ และ เป็นรากของเศรษฐกิจจริงๆ บุคคลทั่วไปก็ชอบที่จะใช้บริการ ร้านไหน สินค้าน่าสนใจ มีจุดขาย ก้ยังสามารถมีลูกค้าแวะเวียนไปไม่ขาดสายได้ หรือ อาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ หากผู้บริหารตลาด มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

การค้นหาในเครื่องมือค้นหา จะช่วยทำให้เรามีกำไรได้อย่างไร?

เครื่องมือค้นหา สามารถค้นหาได้จริง แต่เครื่องมือค้นหา ไม่สามารถหาได้ว่า ใครมีประสปการณ์มากกว่า ใครจนกว่าจะดูไปยัง TIME LINE ของผู้ให้ข้อมูลเหล่านั้น รวมถึง ข้อมูลของสินค้า และ ราคาพิเศษ ยังคงถือเป็น ความลับทางการค้า อยู่ดี
อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า ทุกอย่างอยู่ที่ราคา  และ ราคานั้นมักจะติดที่จำนวนขั้นต่ำ แอดมินประมง จึง รวบรวมร้านค้า ที่มีสินค้าราคาส่งจริงๆ และ ให้ข้อมูลแบบ ตรงไปตรงมา อาจจะมีจำนวนขั้นต่ำกว่า พูดง่ายๆคือ ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก และ เว็บของทางต่างประเทศ ก็มีข้อมูลเหมือนกัน แต่แตกต่างตรง ภาษา และ การสื่อสาร อาจจะพบอุปสรรคืในการขนส่งสินค้า อาจจะพบสินค้าที่ไม่ตรงสเป็ก หรือ อาจจะมีสินค้าที่ดัดแปลงไป  ดังนั้น การค้นหาเปรียบเทียบ อาจจะไม่ไม่เสมอไป ที่พ่อค้าแม่ค้าจะพบเจอราคาที่เป้นความลับทางการค้านั้น

แล้วในเว็บก็มีถูกกว่าด้วยใครจะซื้อของในตลาดนัด?
อย่างที่แอดมินเขียนบอกไปแล้วว่า ตลาดนัดมีความพิเศษ ลูกค้าสามารถ เดินทานไอศครีมไป แล้ว เดินเลือกซื้อหมวกไป หรือ เมื่อหิวก็แวะรัปทานกุ้งถังร้านประจำ แบบนั้นก็ได้ และ ผู้ที่เดินตลาดนัดส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คาดหวังกับราคาที่ถูกสุดเสมอไป  เป็นความพอใจ และ เป้นความต้องการณ.ตอนนั้น ซึ่งไม่ได้เกิดจากการตลาดแบบ AI ซึ่ง การตลาดแบบ AI ใช้สมองส่วน
ที่อยู่ลึกสุด(การตัดสินใจโดยใช้สมองแบบสัตว์เลื้อยคลาน) แต่ตลาดนัด ผู้คนจะเลือกสินค้าจากความพอใจ ถูกใจ และ อารมณ์เป็นหลัก  เป็นการบริการแบบหลากหลายกว่า  เมื่อปี 2010ผมพบเหตุการณ์หนึ่ง คือ มีคนคนหนึ่ง ยืนซื้อเคสมือถือในห้าง แล้ว เปิดเฟสให้ร้านค้ามือถือดู แล้วบอกว่า เนี่ยในเน็ตขายเท่านี้ ร้านค้ามือถือคนนั้นบอกว่า ก็ไปซื้อสิ คือ การขายไม่เหมือนกัน การบริการไม่เหมือนกัน และ วิธีการซื้อก็ต่างกัน  แล้วแต่คนชอบ เราไม่อาจบังคับร้านค้าให้ขายเท่าที่เราต้องการได้  นั่นคือ อีกเหตุผลหนึ่งว่า ทำไมแอดมินประมงจึงทำเว้บนี้ขึ้นมาเพื่อ ให้พ่อค้าแม่ค้า ได้มาค้นหาข้อมูล และ นำสินค้าไปขายต่อมีกำไร   ในปี 2018   แอดมินประมงจะเริ่ม นำเสนอ สินค้าที่พ่อค้าแม่ค้านำไปขายต่อมีกำไร แม้แต่ซื้อไปใช้อันสองอันก็คุ้มค่าก็ถูกด้วยดีด้วยอะไรแบบนั้น    เพราะแอดมินประมงเป้นเว็บมาสเตอร์สายรีวิว ตั้งแต่ปี 1998 เป้นต้นมา รับใช้ visitor ไปมากมาย ด้วยเครื่องมือค้าขายประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างแรงบันดาลใจให้กับ startup ในยุค90S มากมายครับ และ ในปี 2018   แอดมินประมงกลับมารีวิวอีกครั้ง เพื่อให้VISITOR ได้รับประโยชน์มากที่สุด จึงจัดทำเว็บนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

//แอดมินประมง//

(Visited 19 times,2,158,1 visits today)

Related Post

Rating: 5.0. From 1 vote.
Please wait...
2017-11-29T03:35:58+00:00

Leave A Comment